ข้อมูลศิลปิน


ประวัติแม่ครูบัวชุม อินถา

ชื่อ  นางสาวบัวชุม  นามสกุล  อินถา

เชื้อชาติ  ไทย  สัญชาติ  ไทย  ศาสนา  พุทธ

หมายเลขบัตรประจำตัว  ๓ – ๕๐๑๒ - ๐๐๒๕๒ - ๘๒ – ๙

เพศ  หญิง  วัน/เดือน/ปีเกิด  ๑๓   สิงหาคม  ๒๕๐๑  อายุ  ๕๙  ปี

ที่อยู่ปัจจุบัน  ๙๔/๒  หมู่  ๒  ตำบล  บ้านกลาง  อำเภอ  สันป่าตอง  จังหวัดเชียงใหม่

 รหัสไปรษณีย์  ๕๐๑๒๐  โทรศัพท์  ๐๘๙ – ๕๕๖๔๑๑๖

อาชีพ  รับจ้าง  สถานที่งาน  ศูนย์การเรียนรู้แม่ครูบัวชุม อินถา

วุฒิการศึกษา/ระดับการศึกษา  ชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่  ๔

๑.๒.  ประวัติครอบครัว

ชื่อบิดา  นายมูล  อินถา  อาชีพ  ค้าขาย

ชื่อมารดา  นางจันทร์แก้ว  อินถา  อาชีพ  ค้าขาย

มีพี่น้องทั้งหมด  ๕  คน  ตนเป็นบุตรคนที่  ๔

       

๑.๓.  ชีวิตวัยเด็ก

          ชีวิตวัยเด็กประมาณ  พ.ศ.  ๒๕๐๙  ขณะนั้นสื่อทางโทรทัศน์ยังไม่มี  เพราะระบบไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง  ส่วนมากจะรับรู้ข่าวสารจากวิทยุถ่านเท่านั้น  มีสถานี  ว.ป.ถ.  มีรายการซอพื้นเมืองและละครซอสมัยนั้นมีอยู่เรื่องเดียวคือ  เรื่องน้ำตาเมียหลวง

          นางจันทร์แก้ว  กิติยศ  เป็นผู้ชอบฟังชอบดู  (หากมีการแสดงสดตามงานบวชพระ  งานวัด  แต่หากไม่มีการแสดงก็จะฟังจากสถานีวิทยุทุกครั้ง)  จนกระทั่งมารดาได้แยกทางกับผู้เป็นบิดาจึงซื้อวิทยุให้  ๑ เครื่อง ในช่วงบ่ายจะมีรายการซอ  ซึ่งจะมีเรื่อง  น้ำตาเมียหลวง  เพียงเรื่องเดียว  และชอบฟังบ่อยๆ  จนจำเนื้อเรื่องได้และลองร้องตามจนคล่องติดปาก  ผู้เป็นมารดากลับมาเยี่ยมก็ได้มีโอกาสมาซอให้ฟังโดยไม่เลือกเวลาที่สุดมารดาได้กล่าวว่า  “ดีแล้วถ้าชอบ  ขอให้ตั้งใจ  จะนำไปฝากฝังกับครูที่ขับซอ”

          พอเรียนจบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่  ๔  ผู้เป็นมารดาก็พามาฝากฝังกับคุณอำนวย  กลำพัด  แต่ท่านไม่สอนบอก  “ที่นี่เป็นสำนักงาน”  และได้แนะนำให้ไปเรียนกับ  พ่อครูบุญมี  ใจสงวน  เพราะท่านมีครูคำหน้อยอยู่ที่นั่น  พอเรียนได้เพียงเล็กน้อย  ครูคำหน้อยได้แต่งงาน  จึงย้ายมีเรียนซอกับแม่ครูบัวตอง  แก้วฟั่น  บ้านเด่น  อำเภอ  พร้าว  จังหวัด  เชียงใหม่  เป็นเวลา  ๗  ปี  ตั้งแต่ปี  พ.ศ.  ๒๕๑๓ ถึงปี  พ.ศ.  ๒๕๑๙  สามีแม่ครูบัวตองยังติดราชการทหารเกณฑ์อยู่  พอเรียนได้ช่วงหนึ่งจึงได้มีการยกครูขึ้นครูในราคาทั้งหมด  ๓๐๐๐  บาท  ซึ่งถือว่าแพงมากในสมัยนั้นผู้เป็นมารดาไม่มีเงินจึงขายหมู  ๒  ตัว  เพื่อนำเงินมาขึ้นครูยกครูซอ  จากนั้นจึงได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านแม่ครูและเริ่มฝึกเต้นก่อนพร้อมกับเรียนขับซอ  ดนตรีประยุกต์  อำนวยโชว์  ค่าตัววันละ  ๕  บาท  จะไปแสดงในเขตจังหวัดเชียงรายเป็นส่วนใหญ่  จากการมีไหวพริบดีทำให้สามารถร้องเพลง  เต้น  แล้วขับซอได้  ค่าตัวจึงเพิ่มขึ้นเป็น  ๑๐  บาท    ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงการแต่งกายก็เปลี่ยนแปลงตามจากการใส่ผ้าถุงเต้นก็เปลี่ยนเป็นนุ่งสั้น  จนวงดนตรีประกาศล้มวง  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๑๙  แต่พ่อครูบุญมีไม่ยอมยุบวงจึงนำลูกคณะมาอยู่รวมกับนายประสิทธิ์  ศรีสมเพชร  มีสำนักงานอยู่ถนนช้างม่อย  อำเภอเมืองเชียงใหม่  ได้ตั้งคณะละครซอในนาม  “คณะศรีสมเพชร  ๑”  โดยทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานในวงอยู่ประมาน  ๓  ปี  จนนายประสิทธ์ถึงแก่กรรมจึงได้หยุบวง

          นายบุญมีจึงได้ตั้งวงขึ้นมาใหม่ในนาม  “ลูกน้ำปิง”  นำผลงานละครซอออกอากศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง  ๘  จังหวัด  ลำปาง  รายการพื้นบ้านล้านนา  สถานีวิทยุ  วปถ.๒  และสถานนีวิทยุทั่วภาคเหนือ  ซึ่งเป็นที่รู้จักในบทดาวร้าย  ตัวโกง  จนผู้ชมต่างพากันเกลียดชัง  ขนาดแม่ค้าตลาดวโรรสเมื่อพบเห็นยังขว้างปาสิ่งของใส่อยู่บ่อยครั้ง

เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๒๓  ถึงปี  พ.ศ.  ๒๕๒๔  วงก็แตกและจากการสะสมประสบการณ์แสดงละครซอมาจากรุ่นสู่รุ่นจึงมีความคิดที่จะสืบสานการแสดงพื้นบ้านต่อและได้เข้ารับการเป็นหัวหน้าวง  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๓๐  เป็นต้นมา

หลังจากเปิดทำการสอนลูกศิษย์คนแรก  เมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๑๔  ตอนนั้นยังไม่สามารถประพันธ์บทซอเองได้  จึงนำบทซอของพ่อครูแม่ครูมาสอนให้แต่ลูกศิษย์  เมื่อมีบุคคลมาสมัครเรียนเพิ่มขึ้นจึงได้ประพันธ์บทซอให้แก่เยาวชนเป็นของตนเองซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศูนย์การเรียนรู้แม่ครูบัวชุม อินถา

 



ภาพกิจกรรม


วีดีโอ




แผนที่