ข้อมูลศิลปิน


ประวัติพ่อสุรัชพงศ์ เพลงพวงมาลัย

นายสุรัชพงศ์ จินดาเลิศ

๘ หมู่ ๑ ตําบลธงชัย อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี  ๗๖๐๐๐

เทคนิคการถ่ายทอดเพลงพวงมาลัย

เพลงพวงมาลัยเป็นเพลงพื้นเมืองที่นิยมเล่นกันมาแต่ครั้งโบราณ ตามที่ปรากฏในหนังสือประเพณีการเล่นพื้นเมือง ว่ามีการเล่นมากในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบศีรีขันธ์ สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี นิยมเล่นฝนงานเทศกาลและงานมงคล (ประเทือง คล้ายสุบรรณ์, ๒๕๑๘:๗๖) เพลงพวงมาลัยมีท่วงทำนอง ๒ แบบ คือแบบสั้น และแบบยาว ใช้กลอนหัวเดียวแต่มีการเยื้องกลอนลงตอนจบ โดยจะถือเอาตามแบบฉันทลักษณ์ท่วงทำนอง ทางกาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี เป็นหลัก เพราะฟังดูและพิจารณารูปแบบเป็นเรื่องราว และเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่าในถิ่นอื่น ( อเนก นาวิกมูล, ๒๕๑๗: ๓๒๙ ) จังหวัดเพชรบุรีถือเป็นต้นกำเนิดเพลงพวงมาลัย ตามเนื้อร้องที่กระทรวงหาดไทยได้บันทึกไว้ ( อ้างใน ประเทือง คล้ายสุบรรณ์, ๒๕๒๘: ๗๖ )

วิธีการเล่น : เมื่อเจ้าภาพบนบานได้สำเร็จ จะต้องแก้บนเพลงพวงมาลัย จะต้องไปบอกพ่อเพลง     แม่เพลงและบอกเพื่อนบ้านให้มาช่วยตบมือ สถานที่แก้บนจะใช้บริเวณหน้าศาลคุณพ่อปู่ เวลาช่วงประมาณ ๑๗.๐๐-๑๙.๐๐ น. การแก้บนใช้เวลาเย็นหลังจากทุกคนเสร็จจากการทำงาน เพราะเป็นเวลาสะดวกที่ทุกคนว่างตรงกัน การแต่งกายใช้ชุดที่แต่งในชีวิตประจำวัน ไม่มีการแต่งตัวเหมือนเพลงพื้นบ้านอื่นๆ การเล่นนั้น   จะยืนล้อมเป็นวงกลม ผู้ชายอยู่ฟากหนึ่ง ผู้หญิงอยู่ฟากหนึ่ง เวลาร้องใช้การตบมือเป็นจังหวะ ไม่มีเครื่องดนตรีประกอบการบนนั้นจะบนเป็นวง ตามที่เจ้าภาพบน สมัยก่อนเจ้าภาพจะต้องมีกะแช่มาถวายเจ้าพ่อ ถือว่าเป็นยาพ่อปู่ พอได้เวลาสักพักก็จะเริ่มร้องแก้บนวงต่อไป จนสิ้นสุดจำนวนวงที่แก้ แล้วก็ลากันไป

การขึ้นเพลง หมายถึง การเกริ่นเสียงเพื่อขึ้นเพลง เป็นการตั้งเสียงของเพลงพื้นบ้านแต่ละประเภทเพลงพวงมาลัยบ้านเขาหลวง-ธงชัย จะขึ้นเพลงวรรคแรกว่า “เออระเหยลอยมา ลอยมาจากบางหอ” บางหอเป็นชื่อหมู่บ้าน ในอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ดังตัวอย่าง

                   เออระเหยลอยมา          ลอยมาจากบางหอ

          ให้พี่บวชเรียนเสียก่อน               แล้วพี่จะย้อนมาขอ

          สาวน้อยบางหอ                     รอพี่มาขอก่อนเอย

การลงเพลง หมายถึง การจบเพลง เพราะสิ้นกระแสความแล้ว การลงเพลงพวงมาลัยเมืองเพชร จะมีลักษณะเฉพาะในท่อนที่ลงเพลง วรรคแรกจะต้องเยื้องกลอนลงให้เป็นเสียงสระเดียวกับเสียงสระท้ายของกลอนแต่ละท่อน นิยมด้วยชื่อสถานที่ตามที่ได้ร้องมาในท่อนแรก ตามตัวอย่างข้างตอน “ลอยมาจากบางหอ” ในตอนลงกลอนใช้ “สาวน้อยบางหอ”

 

ผลงานการถ่ายทอด

          ผลงาน

          ผลงานแรกของสมาคมฯ คือการจัดการแสดง “เพลงพื้นบ้านใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร  รัชกาลที่ ๙” ในงานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันอังคารที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ระหว่างเวลา ๑๘.๐๐ – ๒๑. ๓๐ น. ณ เวทีกลาง มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งได้รับมอบหมายและงบประมาณสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้ดําเนินงานจัดการแสดงเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ๑ ชุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรําลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณในพระองค์ที่มีต่อประเทศและพสกนิกรไทย ผ่านการแสดงทางวัฒนธรรม  อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป

 เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายความจงรักภักดีแด่ “พ่อแห่งแผ่นดิน รัชกาลที่ ๙” ในวาระสําคัญยิ่งนี้ สมาคมฯ จึงกําหนด ชื่อ รูปแบบและเนื้อหาของการแสดงโดยคํานึงถึงความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติที่สุด ชื่อชุด“เพลงพื้นบ้านใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร  รัชกาลที่ ๙” รูปแบบการแสดงมีลักษณะผสมผสานระหว่าง การแสดงเพลงพื้นบ้านและละครเพลงพร้อมสื่อผสม รวมระยะเวลาการแสดง ๓ ชั่วโมง แบ่งการแสดงเป็น  ๒ ภาค ภาคแรก เพลงพื้นบ้านใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร : เพลงพื้นบ้านวิถีงามความผูกพัน ศิลปินพื้นบ้านคณะต่าง ๆ จะแสดงเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ๙ ชนิด ได้แก่ เพลงเด็ก เพลงปรบไก่ เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเรือ เพลงอีแซว   ลําตัด เพลงฉ่อย และเพลงทรงเครื่อง แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ เป็นผู้ดําเนินเรื่องราวกล่าวถึงชีวิตของชาวเพลงพื้นบ้านใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารตามลําดับตั้งแต่วัยเยาว์ วัยหนุ่มสาวและวัยผู้ใหญ่ และภาคสอง เพลงพื้นบ้านลํานํา  โศกาลัย เสียงจากหัวใจแห่งความภักดี ผู้แทนศิลปินพื้นบ้านและเยาวชนผู้สืบทอด เพลงพื้นบ้านจะร้องเพลง ชนิดต่าง ๆ แสดงความอาลัยน้อมเกล้าฯ ถวายล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙  การแสดงชุดนี้  ผู้แสดงและคณะกรรมการดําเนินงาน รวมจํานวน ๓๖๙ คน มาจากพื้นที่ต่าง ๆ กว่า ๑๙ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี พิษณุโลก สุโขทัย นครสวรรค์ ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร ชุมพร สงขลา ชลบุรี และระยอง เป็นต้น 

 



ภาพกิจกรรม


วีดีโอ




แผนที่