ประวัติราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร

ราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร

สถานที่ติดต่อได้ “ศูนย์การเรียนภูมิปัญญาไทยด้านศิลปกรรมการแสดงพื้นบ้าน(หมอลำ)
แม่ครูราตรี ศรีวิไล 41/60 ซอยมิตรภาพ 11 ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 043-243070 มือถือ 081-8715868

หลักสูตรการแสดงหมอลำ

         ในการถ่ายทอดความรู้ด้านการเรียนการสอนหมอลำและการแต่งกลอนลำ ของ ดร.ราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร ได้จัดการสร้างคู่มือหลักสูตรการเรียนการสอนหมอลำโดยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อให้เกิดความเข้าใจง่าย และสะดวกสำหรับผู้ถ่ายทอดรวมถึงผู้ที่ศึกษาด้วยการจัดระเบียบลำดับการดำเนินเรื่องราวของการแสดงหมอลำ ให้เหมาะสมกับเวลา สถานการณ์ และ รูปแบบของงานที่ไปแสดง โดยรวบรวมกลอนลำตามลำดับในแต่ละยก (ยก หมายถึง แต่ละรอบของการแสดงของหมอลำ) ดังนี้ - ยกที่ 1 กลอนลำไหว้ครู - ยกที่ 2 กลอนประกาศศรัทธา - ยกที่ 3 กลอนปรึกษาการลำ-ถามข่าวบ้าน - ยกที่ 4 กลอนฮีต คอง ประเพณี - ยกที่ 5 กลอนนิทาน วรรณกรรมต่างๆ - ยกที่ 6 กลอนลา และกลอนเสริม - ดร.ราตรี ศรีวิไล มีเทคนิคการสอนหรือการถ่ายทอดหมอลำเริ่มแรก ดูจากลักษณะพิเศษของลูกศิษย์ ที่ความตั้งใจ ประเมินความสามารถต่างๆ น้ำเสียง การออกเสียง รวมไปถึงปฏิภาณไหวพริบ จากนั้นจึงเริ่มเรียนหมอลำกลอน ขั้นแรกเรียนลำทางสั้นก่อน เริ่มจากการโอ่ละนอ... การลำเนื้อหาในกลอนโอ่ โอ่ที่สอง การลำเนื้อในกลอนจนถึงสีนานวล เป็นการจบการลำทางสั้น ต่อมาสอนการลำทางยาวหรือลำล่อง ลำดับสุดท้ายสอนลำเต้ย จากนั้นก็ฝึกท่าทางประกอบลำ เป็นการจบขั้นพื้นฐานในการเรียนหมอลำกลอน ครูจะแสดงเป็นหลักบนเวที ทำให้ดูเป็นแบบอย่าง การ ฝึกออกงานขึ้นเวทีลำเพื่อให้ได้เจอสถานการณ์จริง จะได้รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รู้จักการใช้ไหวพริบปฏิภาณ และยังเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ให้เก่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งการไปฝึกลำบนเวทีจริงก็เปรียบเสมือนการเริ่มต้นการปฏิบัติจริง จากนั้นก็เป็นการพัฒนาการสอนหมอลำกลอนให้เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย เรียนได้ทุกที่ทุกเวลาทุกโอกาส เพื่อเป็นการอนุรักษ์หมอลำกลอนให้คงอยู่กับชาวอีสานสืบไป (จำนวนลูกศิษย์ที่เรียนทุกช่องทางที่เปิดสอนทั้งขั้นพื้นฐานและขั้นอาชีพรวมมากกว่า ๑๐๐๐ คน)

หลักการแต่งกลอนลำ

         เนื้อหาของกลอนลำ แบ่งได้เป็น ๒ ประแภท คือ กลอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคดีโลก และกลอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคดีธรรม กลอนลำที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับทางโลก ได้แก่ กลอนลำว่าด้วยธรรมชาติ วิถึดำเนินชีวิต และปัจจัยสี กลอนลี่เกี่ยวกับคดีโลก เช่น หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ประเพณี พิธีกรรมและความเชื่อ ต่าง ๆ รูปแบบของกลอนลำ หมายถึงโครงสร้างหรือองค์ประกอบของกลอนลำ ซึ่งประกอบด้วยกลอน ขึ้น กลอนที่เป็นเนื้อใน และ กลอนลง รูปแบบของกลอนลำจะมีความสัมพันธ์กับวาดลำหรือทำนองลำ คือทำนองลำทางสั้น ทำนองลำทางยาว ทำนองลำเต้น ทำนองลำเพลินและทำนองลำเดิน เป็นต้น ฉันทลักษณ์ของกลอนลำ หมายถึงการกำหนดตำแหน่ง เสียงเอกเสียงโท ว่าอยู่ ตำแหน่งใด และมีกำหนดจำนวนคำ (พยางค์) ว่า แต่ละวรรคมีกี่พยางค์ ถ้าเป็นกลอนเยิ้น ในแต่ละวรรคจะประกอบด้วยคำ อย่างน้อย ๗ พยางค์ อย่างมากไม่เกิน ๑๒ พยางค์ กลอนลำแต่ละบทจะประกอบด้วย ๔ วรรค จึงถือว่าครบบท แต่บางบทอาจมีเพียง ๒ วรรค ก็ได้ คือวรรคที่ ๓ กับวรรคที่ ๔ ข้อสังเกตคร่าวๆ เพื่อดูว่า กลอนลำบทหนึ่งๆ จะทราบได้อย่างไร ว่า วรรคใดเป็นวรรคที่ หนึ่ง สอง สาม หรือ สี อัต์กำกับนนี้ให้พิจารณาที่วรรณยุกต์ที่กำกับพยางค์สุดท้ายของแต่ละวรรค กล่าวคือ ถ้าเป็นวรรคที่หนึ่ง จะเป็นคำเสียงสามัญ ไม่มีเครื่องหมายวรรณยุกต์กำกับ ถ้าเป็นวรรคที่สอง จะมีรูปวรรณยุกต์โท กำกับ ถ้าเป็นวรรคที่สาม จะมีรูปวรรณยุกต์เอกกำกับ หรือเป็นคำตาย ส่วนวรรคที่ ๔ จะมีรูปวรรณยุกเอกและไม่มีวรรณยุกต์กำกับในพยางค์ก่อนสุดท้ายและพยางค์สุดท้าย กลอนลำแต่ละกลอนมีกำหนดสั้นยาวแค่ไหน กลอนลำแต่ละกลอนจะมีกีบทก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องมีองค์ปประกอบ ๓ ส่วน คือ ส่วนที่เป็นกลอนขึ้น ส่วนที่เป็นเนื้อในกลอน และส่วนที่เป็นกลอนลง

         ราตรี ศรีวิไล ได้กล่าวถึงการแต่งกลอนให้มีสุนทรียภาพในกลอนลำของหมอลำกลอน มีอยู่ด้วยกัน ๓ ด้าน คือ
๑. ด้านเนื้อหาของกลอนลำได้แก่กลอนลำ ที่มีเนื้อหาสาระดี และถูกต้อง ตามข้อเท็จจริง และเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับวิถึชีวิตของประชาชน เช่นความเชื่อ คำสอน ความรัก พรรณนาความงามของธรรมชาติวิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณี
๒. ด้านรูปแบบและฉันท์ลักษณ์ของกลอนลำ ที่มีสุนทรียภาพได้แก่ กลอนลำต้องการพรรณนาที่ให้ความสะเทือนใจ เช่นความเศร้า ก็ใช้รูปแบบกลอนลำทางยาว ถ้าเนื้อหาที่จะสื่อถึงความรัก ความสุขสนุกสนานก็ใช้ รูปแบบการลำทางสั้น หรือรูปแบบของการลำเพลิน หรือรูปแบบการลำเต้ย เป็นต้น
๓. ด้านศิลปะในการใช้ถ้อยคำในกลอนลำ ที่มีสุนทรียภาพ คือเป็นกลอนลำที่มีการใช้ถ้อยคำ ที่กระชับ ลึกซึ้ง กินใจ เห็นภาพพจน์ เช่นคำผญาหรือปรัชญา ทั้งทางโลกและทางธรรม และเป็นคติสอนใจที่สื่อความหมายได้ตรง ชัดเจนและกระชับ การใช้ถ้อยคำที่มีทั้งคำสัมผัสนอกสัมผัสใน เกาะก่ายกันไปอย่างสละสลวย มีการใช้ถ้อยคำที่เป็นคำอุปมาอุปมัย ถ้อยคำที่เป็นสุภาษิต คำคม และถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์แก่ผู้อ่านหรือผู้ฟัง นอกจากนี้กลอนลำต้องมีความยาวพอเหมาะ แก่การรับฟัง แต่ละวรรคมีจำนวนถ้อยคำจำนวนพอเหมาะกับจังหวะและทำนองลำ

 



ภาพกิจกรรม


วีดีโอ




แผนที่